ผึ้งพันธุ์ไล่ที่แมลงผสมเกสรอื่นจากดอกไม้ ยิ่งอากาศร้อนยิ่งแย่งกันดุ
นักวิจัยอังกฤษเฝ้าดูดอกไม้ 93 ชั่วโมง พบผึ้งพันธุ์ไล่ ผลัก และข่มขวัญผึ้งบัมเบิลบี ผึ้งเดี่ยว และแมลงวันดอกไม้ ใกล้รังผึ้งที่คนเลี้ยง
สรุปใน 3 บรรทัด
- ผึ้งพันธุ์ชนะการแย่งดอกไม้บ่อยกว่าแมลงอื่น และมักเป็นฝ่ายเริ่มไล่ก่อน
- บนดอกแบล็กเบอร์รีป่า ผึ้งพันธุ์มากขึ้นเท่าตัว ผึ้งบัมเบิลบีลดลง 14%
- การแย่งกันเกิดบ่อยขึ้นเมื่ออากาศร้อน ซึ่งอาจทำให้ผึ้งพันธุ์ได้เปรียบมากขึ้นในโลกที่ร้อนขึ้น
ผึ้งพันธุ์มักถูกมองเป็นฮีโร่ของการผสมเกสร แต่งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัยแองเกลีย รัสกิน (ARU) ในเมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ชี้ว่ามันอาจเป็นจอมเกเรของดอกไม้ด้วย
วิกตอเรีย บัคเคิล นักศึกษาปริญญาเอก และทีม เฝ้าดูแมลงผสมเกสรเป็นเวลาสองปีใน 5 พื้นที่รอบเคมบริดจ์ ทุกพื้นที่อยู่ห่างจากรังผึ้งที่คนเลี้ยงไม่เกิน 300 เมตร โดยดูการมาเยือนดอกแบล็กเบอร์รีป่าและดอกไอวี่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหวานและเกสร รวมเวลาสังเกตกว่า 93 ชั่วโมง แล้วบันทึกทุกการเผชิญหน้าว่าเป็น “ชนะ” “แพ้” หรือ “แบ่งกัน”
ผึ้งพันธุ์ทำอะไร
ผึ้งพันธุ์ชนะการเผชิญหน้าในสัดส่วนที่มากกว่าแมลงอื่น และมักเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ทั้งไล่ ผลัก และข่มขวัญคู่แข่ง ไม่ใช่แค่มาถึงดอกไม้ก่อน แมลงอื่นหลบผึ้งพันธุ์ 28% ของการเผชิญหน้าบนดอกแบล็กเบอร์รี และ 36% บนดอกไอวี่ และอย่างน้อย 20% ของครั้งที่ผึ้งพันธุ์ชนะ มันผลักหรือไล่คู่แข่งออกไปจริงๆ
บนดอกแบล็กเบอร์รี เมื่อผึ้งพันธุ์มากขึ้นเท่าตัว ผึ้งบัมเบิลบีลดลงราว 14% ส่วนบนดอกไอวี่ ผึ้งพันธุ์ที่มากขึ้นสัมพันธ์กับผึ้งเดี่ยวและแมลงวันดอกไม้ที่น้อยลง แมลงที่สู้ผึ้งพันธุ์ได้บ้างมีชนิดเดียว คือ “ผึ้งไอวี่” ผึ้งเดี่ยวต่างถิ่นที่พบในอังกฤษครั้งแรกเมื่อปี 2544
อากาศร้อนทำให้แย่งกันดุขึ้น
การแย่งกันเกิดบ่อยขึ้นเมื่ออากาศอุ่น ความร้อนอาจทำให้ดอกไม้ผลิตน้ำหวานน้อยลง ขณะที่ผึ้งบัมเบิลบีและแมลงวันดอกไม้ไม่ทนร้อน แต่ผึ้งพันธุ์ยิ่งร้อนยิ่งออกหากินมาก จึงอาจได้เปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ จำนวนผู้เลี้ยงผึ้งที่ลงทะเบียนในสหราชอาณาจักรเพิ่มจาก 19,000 รายในปี 2553 เป็น 47,000 รายในปีล่าสุดที่มีข้อมูล
ข้อควรรู้
ผลเป็นความเชื่อมโยงจาก 5 พื้นที่และดอกไม้ 2 ชนิดในภูมิภาคเดียว อาจใช้กับพื้นที่หรือดอกไม้อื่นไม่ได้ทั้งหมด
แหล่งอ้างอิง
- Buckle V.A., Brown P.M.J., Carter T., Ings T.C. “Honeybees directly outcompete other flower visitors through interference competition on shared resource” Ecological Entomology, 2026 · DOI
10.1111/een.70139 - ข่าวประชาสัมพันธ์ Anglia Ruskin University ผ่าน ScienceDaily (22 ต.ค. 2569)
ข่าวนี้เขียนใหม่จากข้อเท็จจริงในงานวิจัยและข่าวประชาสัมพันธ์ต้นฉบับ ไม่ใช่การแปลทั้งบทความ เจอข้อผิดพลาด แจ้งเราได้ที่หน้า เกี่ยวกับเรา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พบร่องรอยโมเลกุลเลือดในเซลล์เม็ดเลือดแดงของไดโนเสาร์อายุ 115 ล้านปี
ทีมนักวิจัยนานาชาติตรวจกระดูกขาของไดโนเสาร์กินเนื้อจากบราซิล แล้วยืนยันทางเคมีได้เป็นครั้งแรกว่ามีโมเลกุลที่มาจากฮีโมโกลบินหลงเหลืออยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดงที่กลายเป็นหิน
แมงมุมก็ “หลับฝัน” ได้? กล้องอินฟราเรดจับภาพการนอน 2 ระยะคล้ายมนุษย์
นักวิจัยมหาวิทยาลัยบอนน์ถ่ายวิดีโอแมงมุมกระโดดตลอดคืน พบช่วงหลับที่ตากลอกไปมาและขากระตุก คล้ายการนอนช่วง REM ที่คนเราฝัน
ทำไมจระเข้รอดจากอุกกาบาตที่ล้างบางไดโนเสาร์ คำตอบอาจอยู่ที่ “ที่หลบภัยอุ่นๆ” แถบเส้นศูนย์สูตร
ทีม UCL วิเคราะห์ฟอสซิลกว่า 7,000 ชิ้นร่วมกับแบบจำลองภูมิอากาศ 245 ล้านปี พบว่าเขตร้อนยังอุ่นพอให้บรรพบุรุษจระเข้อยู่รอด แม้แสงแดดจะลดลงหลังอุกกาบาตชนโลก
ตัดสินว่าใครควรกินยาลดไขมัน ใช้ภาพสแกนหลอดเลือดแทนสูตรคำนวณได้ไหม การทดลอง 5,772 คนยังตอบไม่ขาด
การทดลอง CorCal ในสหรัฐฯ เทียบการใช้คะแนนแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจจากซีทีสแกน กับเครื่องคำนวณความเสี่ยงแบบเดิม พบอัตราโรคหัวใจเท่ากัน แต่คนที่เห็นภาพสแกนกินยาต่อเนื่องมากกว่าเกือบ 3 เท่า
ล่าสุด
- ปฏิทินฟ้าเดือน พ.ย. 2569: ฝนดาวตกลีโอนิดส์ ดาวอังคารเคียงดาวพฤหัสฯ และซูเปอร์ฟูลมูน
- กินนมเต็มมันเต็มส่วนวันละ 3 ครั้ง น้ำหนักไม่ขึ้น ไขมันในเลือดไม่แย่ลง ในการทดลอง 12 สัปดาห์
- ปิดตำนาน 22 ปี กล้องโทรทรรศน์สวิฟต์ของ NASA ตกกลับสู่โลก เหนือเกาะสุมาตรา
- เจลโปรตีนชนิดใหม่ช่วยสร้างเคลือบฟันคืน ในการทดสอบห้องแล็บ
- ใช้ไวรัสปราบเชื้อดื้อยา: เยอรมนีออกแนวทางรักษาด้วยฟาจฉบับแรกที่ครอบคลุม